คปภ.ตรวจสอบอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสกฐิน พบมีประกันภัยภาคบังคับ-ภาคสมัครใจ พร้อมเร่งนำระบบประกันภัยช่วยเยียวยาความเสียหายโดยเร็ว

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากสำนักงาน คปภ.ภาค 6 (ชลบุรี) และสำนักงาน คปภ.จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ลงพื้นที่และประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รถบัสทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เริ่มคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2563 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2564 และทำประกันภัยรถภาคสมัครใจ (ประเภท 3) ไว้กับบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ เริ่มคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2563 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 กันยายน 2564   ทั้งนี้ จากอุบัติเหตุครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 18 ราย เบื้องต้นจะได้รับค่าเสียหาย รายละ 85,000 บาท จากกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สำหรับค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท และสัญญาแนบท้ายประกันอุบัติเหตุ (PA) 50,000 บาทสำหรับผู้บาดเจ็บเป็นผู้โดยสารรถบัส  42 ราย ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพุทธโสธร บ้านโพธิ์ คลองเขื่อน และเกษมราษฎร์ โดยเบื้องต้นผู้บาดเจ็บจะได้รับสิทธิค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท/คน และสัญญาแนบท้ายประกันอุบัติเหตุ (PA) ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 50,000 บาท/คน รวมรายละไม่เกิน 80,000 บาท โดยสำนักงาน คปภ.จังหวัดฉะเชิงเทราได้ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเข้ารับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลที่รับรักษาโดยตรงเรียบร้อยแล้ว  


ส่วนค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยรถยนต์นอกเหนือจากนี้ ต้องรอผลคดีจากพนักงานสอบสวนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท อย่างไรก็ตาม สำหรับวงเงินความคุ้มครองสูงสุดตามสัญญาประกันภัยรถภาคบังคับที่จัดทำไว้ กำหนดไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง และวงเงินความคุ้มครองสูงสุดตามสัญญาประกันภัยรถภาคสมัครใจ ไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งจากอุบัติเหตุดังกล่าว พบว่ามีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ดังนั้น การจ่ายค่าสินไหมทดแทนจึงต้องใช้หลักการเฉลี่ยจ่ายภายในวงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้ง ยกเว้นผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตจะได้รับค่าเสียหายตามสัญญาประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท และสัญญาแนบท้ายประกันอุบัติเหตุ (PA) จำนวน 50,000 บาท เท่านั้น

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้ประสบภัยมีการทำประกันภัยประเภทอื่น ๆ เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้อีกด้วย นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ.จังหวัดฉะเชิงเทราได้ประสานงานกับสำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ บริษัทผู้รับประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยแก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยโดยเร็วต่อไป 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  สำนักข่าวไทย  www.tna.mcot.net

ขึ้นข้างบน